การแข่งขันโดรนพัฒนาทักษะควบคุมโดรนทั้งแบบอัตโนมัติและบังคับมือ ผ่านภารกิจที่ท้าทายด้าน Navigation, Precision และ Mission Strategy

  • การแข่งขันจะแบ่งเป็น 2 รุ่น
    • รุ่น Junior อายุ 7 – 13 ปี
    • รุ่น Senior อายุ 14 – 19 ปี
    • แต่ละทีมประกอบด้วยสมาชิก 2 – 3 คน (จะมาจากโรงเรียนเดียวกันหรือไม่ก็ได้)
    • แต่ละทีมจะต้องมีโดรนอย่างน้อย 2 ตัวในการแข่งขัน
    • ทีมจะต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษา หรือ ผู้ควบคุมทีม 1  คน
  • รูปแบบสนามแข่งขันทั้ง 2 รุ่น
  • ขนาดสนามแข่งขัน (Field Dimensions) 
  • สนามแข่งขันมีขนาดโดยรวม 5 × 6 เมตร
  • ภายในสนามจะประกอบด้วย
    • เส้นทางการบินแบบบังคับมือ (Manual Route) (เส้นปะ)
    • เส้นทางการบินแบบอัตโนมัติ (Autonomous Route) (เส้นทึบ)
    • โซนอุปสรรค
    • โซนภารกิจ Loading Zone
    • โซนภารกิจยิงเปิดกลไกประตู 
    • โซนภารกิจยิงรหัสตัวเลข (Strike Zone)
    • พื้นที่ลงจอด (Landing Zone)
  • การจัดวางองค์ประกอบภายในสนามจะมีการปรับเปลี่ยนตามรูปแบบภารกิจในแต่ละรอบแข่งขัน โดยอยู่ภายในขอบเขตขนาดสนามที่กำหนด
  • จะใช้สนามรูปแบบนี้ทุกรุ่นและทุกประเภทการแข่งขัน
  • พื้นสนาม (Field Surface)
  • พื้นสนามทำจากวัสดุ ไวนิล (Vinyl) หรือวัสดุผิวเรียบที่มีแรงเสียดทานระดับปานกลาง เหมาะสมสำหรับการขึ้น-ลงและการควบคุมเสถียรภาพของโดรน
  • พื้นผิวอาจมีแสงสะท้อนในบางช่วงของสนาม ผู้เข้าแข่งขันต้องเตรียมระบบเซนเซอร์หรือระบบประมวลผลภาพให้สามารถทำงานได้ภายใต้สภาพดังกล่าว
  • อนุญาตให้ทีม วาง Tag บนพื้นสนามได้ เพื่อใช้ในภารกิจหรือการประมวลผลภาพ โดยทีมต้องจัดเตรียม Tag มาเอง และ ห้ามใช้กาว เทป หรือวัสดุยึดติดใด ๆ กับพื้นสนาม
  • Tag ที่วางต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นสนาม ไม่รบกวนการจัดการแข่งขัน และต้องสามารถเก็บออกได้ทันทีเมื่อสิ้นสุดรอบการแข่งขัน
  • จุดเริ่มต้น (Starting Point)
  • ภายในสนามจะกำหนดจุดเริ่มต้น (Starting Point) สำหรับโดรนทั้งสองลำ ได้แก่
    • จุดเริ่มต้นสำหรับ Phase Manual (ซ้าย)
    • จุดเริ่มต้นสำหรับ Phase Autonomous (ขวา)
  • ตำแหน่งจะแสดงไว้อย่างชัดเจนบนพื้นสนาม และแยกพื้นที่กันอย่างชัดเจน

Manual Autonomous

  • เส้นทางการบิน (Flight Path Markings)
  • ภายในสนามจะกำหนดเส้นนำทางสำหรับแต่ละภารกิจดังนี้
    • เส้นทางการบินแบบอัตโนมัติ (Autonomous Route)
      • ใช้เส้นทึบสีดำ ความกว้างประมาณ 7 เซนติเมตร เป็นเส้นนำทางหลักสำหรับภารกิจการบินแบบอัตโนมัติ
      • โดรนต้องบินอยู่ภายใน แนวเขตพื้นที่รอบเส้นนำทางที่กำหนด ไม่จำเป็นต้องบินทับเส้นโดยตรง แต่ต้องรักษาทิศทางให้อยู่ภายในขอบเขตที่ผู้จัดกำหนด และห้ามออกนอกแนวเขตดังกล่าว
  • เส้นทางการบินแบบบังคับมือ (Manual Route)
    • ใช้เส้นปะสีเทาเข้ม เป็นแนวอ้างอิงสำหรับภารกิจการบินแบบบังคับมือ เส้นดังกล่าวใช้เพื่อกำหนดทิศทางและขอบเขตการบิน โดย ไม่บังคับให้โดรนบินทับเส้น แต่ต้องรักษาการบินให้อยู่ภายในพื้นที่ภารกิจที่กำหนด
  • เส้นทางและแนวเขตพื้นที่อาจมีการปรับเปลี่ยนในแต่ละรอบการแข่งขัน โดยยังคงอยู่ภายในขนาดสนามที่กำหนด
  • การวางตำแหน่งอุปสรรค (Obstacle Placement)
  • ตำแหน่งการวางอุปสรรคภายในสนามจะอ้างอิงตามจุดวงกลมที่กำหนดไว้บนพื้นสนาม ซึ่งแสดงตำแหน่งมาตรฐานสำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ภารกิจและสิ่งกีดขวาง
  • อุปสรรคแต่ละประเภทอาจมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง รูปแบบ หรือทิศทางการวางในแต่ละรอบการแข่งขัน โดยยังคงอยู่ภายในจุดตำแหน่งที่กำหนดไว้ในสนาม
  • การปรับเปลี่ยนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความสามารถของผู้เข้าแข่งขันในการวางแผนและปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
  • รายละเอียดของอุปสรรคการบิน


จุดตรวจสอบเส้นทาง (Checkpoint)

  • ภายในสนามจะกำหนด Checkpoint ตามตำแหน่งที่ระบุไว้บนพื้นสนาม เพื่อใช้เป็นจุดอ้างอิงเส้นทาง และเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ในกรณีเกิดข้อผิดพลาดระหว่างการแข่งขัน


วัตถุประสงค์ของ Checkpoint

  • ใช้เป็นจุดอ้างอิงเส้นทางการบิน
  • ใช้เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ เมื่อโดรนชน ตก หรือออกนอกเส้นทาง


เงื่อนไขการใช้ Checkpoint เป็นจุดเริ่มต้นใหม่

  • ทีมจะสามารถกลับมาเริ่มต้นที่ Checkpoint ใดได้ ก็ต่อเมื่อโดรนได้บินผ่าน Checkpoint นั้นอย่างสมบูรณ์แล้ว
  • การ “ผ่าน Checkpoint อย่างสมบูรณ์” หมายถึง โดรนได้บินเข้าสู่พื้นที่ Checkpoint ตามแนวเส้นทางที่กำหนด
  • หากยังไม่ผ่าน Checkpoint ใด ให้กลับไปเริ่มต้นที่ Checkpoint ล่าสุดที่ผ่านเท่านั้น
  • หากยังไม่ผ่าน Checkpoint ใดเลย ต้องกลับไปเริ่มที่จุดเริ่มต้น (Starting Point)


การเริ่มต้นใหม่

  • การกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่ Checkpoint ไม่มีการลงโทษหรือเพิ่มเวลา
  • เวลาการแข่งขันยังคงเดินต่อเนื่อง
  • การตัดสินว่าโดรนผ่าน Checkpoint ใดล่าสุด อยู่ภายใต้ดุลยพินิจของกรรมการ


โซนยิงเปิดกลไกประตู (Gate Activation Zone)

  • เป็นพื้นที่ที่กำหนดไว้สำหรับโดรน Manual เพื่อปฏิบัติภารกิจยิงเป้าเพื่อเปิดระบบกลไกประตูไฟฟ้า โดยตำแหน่งจะแสดงไว้อย่างชัดเจนบนพื้นสนาม แต่เป้าการยิงอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม


วัตถุประสงค์ของภารกิจ

  • ยิงเป้าให้ระบบกลไกทำงาน
  • เปิดทางเข้าสู่พื้นที่ภารกิจถัดไป

เงื่อนไขการปฏิบัติภารกิจ

  • โดรน Manual ต้องอยู่ภายในพื้นที่ Gate Activation Zone ขณะทำการยิง
  • การยิงจะถือว่าสำเร็จเมื่อกลไกประตูเปิดทำงานสมบูรณ์
  • สามารถยิงซ้ำได้ภายในเวลาการแข่งขัน

การออกนอกพื้นที่โซน

  • หากโดรนออกนอกขอบเขตโซนระหว่างการปฏิบัติภารกิจ
  • ต้องนำโดรนกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่ จุด Check Point ล่าสุดที่ผ่าน
  • เวลาการแข่งขันยังคงเดินต่อเนื่อง
  • ไม่มีการลงโทษเพิ่มเติม

ข้อกำหนดเพิ่มเติม

  • ห้ามใช้ตัวโดรนกระแทกเป้าแทนการยิง
  • ห้ามสัมผัสกลไกประตูโดยตรง


รายละเอียดกลไกประตู (Gate Mechanism System)

อุปกรณ์กลไกประตูประกอบด้วย

  • เป้ายิงควบคุมม่านประตูไฟฟ้า
  • ระบบวงจรควบคุมและสื่อสารแบบไร้สาย
  • ม่านประตูไฟฟ้า (Electric Curtain Gate)
  • ขาตั้งโต๊ะที่สามารถปรับระดับความสูงได้

หลักการทำงานของระบบ

  • โดรนต้องยิงแสงอินฟราเรดให้ตรงเป้าที่กำหนด
  • เมื่อยิงถูกต้อง เป้าจะล้มลง
  • ระบบจะส่งสัญญาณไปยังวงจรควบคุม
  • ม่านประตูไฟฟ้าจะเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
  • การเปิดประตูจะถือว่าสำเร็จเมื่อม่านประตูยกขึ้นจนสุดตามกลไกที่กำหนด

เงื่อนไขความสำเร็จ

  • การยิงจะถือว่าสำเร็จเมื่อเป้าล้มลงด้วยระบบยิงเท่านั้น
  • ห้ามใช้ตัวโดรนกระแทกเป้า
  • สามารถยิงซ้ำได้ภายในเวลาการแข่งขัน

รูปแบบพิเศษสำหรับรุ่น Senior

ในรุ่น Senior Division

  • เป้ายิงสามารถเลื่อนตำแหน่งได้ (Moving Target)
  • การเคลื่อนที่อาจเป็นแนวซ้าย–ขวา หรือรูปแบบอื่นตามที่ผู้จัดกำหนด
  • รายละเอียดความเร็วและระยะการเคลื่อนที่จะประกาศก่อนการแข่งขัน


โซนยิงรหัสตัวเลขสุ่ม (Strike Zone – Random Code Shooting)

  • Strike Zone เป็นพื้นที่ที่กำหนดไว้สำหรับภารกิจยิงรหัสตัวเลขสุ่มใน Phase Manual โดยตำแหน่งและขอบเขตจะแสดงไว้อย่างชัดเจนบนพื้นสนาม
  • วัตถุประสงค์ของโซน
    • ใช้สำหรับปฏิบัติภารกิจยิง AprilTag เพื่อสุ่มรหัส
    • ใช้สำหรับยิงหมายเลขให้ครบ 4 หลักตามรหัสที่สุ่มได้
    • ต้องปฏิบัติภารกิจนี้หลังจากเปิดกลไกประตูเรียบร้อยแล้ว
  • เงื่อนไขการปฏิบัติภารกิจ
    • โดรน Manual ต้องอยู่ ภายในขอบเขต Strike Zone ขณะทำการยิง
    • จุดสัมผัสพื้นของโดรนทั้งหมดต้องอยู่ภายในพื้นที่โซน
    • สามารถเคลื่อนที่ภายในโซนเพื่อปรับตำแหน่งยิงได้
    • การยิงจะถือว่าสำเร็จตามระบบ Random Code Shooting ที่กำหนด
  • การออกนอกโซน
    • หากโดรนออกนอกขอบเขต Strike Zone ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ต้องนำโดรนกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่ Checkpoint ล่าสุดที่ผ่าน
    • เวลาการแข่งขันยังคงเดินต่อเนื่อง
    • ไม่มีการลงโทษเพิ่มเติม
  • เงื่อนไขความสำเร็จของโซน
    • ภารกิจจะถือว่าสำเร็จเมื่อยิงหมายเลขถูกต้องครบ 4 หลัก
    • ระบบจะแสดงสถานะสำเร็จ (ไฟสีเขียว)
    • หากยิงไม่ครบ 4 หลัก จะไม่ได้คะแนนในภารกิจนี้
  • ข้อกำหนดเพิ่มเติม
    • ห้ามใช้ตัวโดรนกระแทกอุปกรณ์
    • ห้ามใช้วิธีอื่นแทนการยิงอินฟราเรด
    • ห้ามมีบุคคลภายนอกช่วยชี้เป้า


ระบบยิงรหัสตัวเลขสุ่ม (Random Code Shooting System)

  •  อุปกรณ์ชุดภารกิจประกอบด้วย
    • เป้ายิงตัวเลขไฟฟ้า (Electronic Number Target)
    • ระบบสุ่มตัวเลขอัตโนมัติ (Random Code Generator)
    • ระบบแสดงผลรหัส (Code Display System)
    • ระบบตรวจสอบความถูกต้อง (Verification System)
    • ขาตั้งอุปกรณ์สูงจากพื้นประมาณ 60 เซนติเมตร
  • ขั้นตอนการทำงานของระบบ
    • โดรนต้องยิงแสงอินฟราเรดให้ตรงตำแหน่ง AprilTag
    • เมื่อยิงโดน AprilTag ระบบจะทำการสุ่มตัวเลขจำนวน 4 หลัก
    • ระบบจะแสดงรหัสตัวเลขที่สุ่มได้บนหน้าจอ
    • หมายเหตุ: ทุกครั้งที่ยิงโดน AprilTag ระบบจะทำการสุ่มรหัสใหม่
  • ขั้นตอนการยิงรหัสตัวเลข
    • เมื่อระบบสุ่มรหัส 4 หลัก เช่น 9234
    • ทีมต้องยิงแสงอินฟราเรดไปที่ตัวเลขให้ครบทั้ง 4 หมายเลข
    • ไม่จำเป็นต้องยิงตามลำดับ เช่น สามารถยิง 3 → 2 → 9 → 4 ได้
    • เมื่อยิงถูกหมายเลขที่อยู่ในรหัส ไฟของหมายเลขนั้นจะแสดงเป็น สีเขียว
  • กรณียิงพลาด
    • หากทีมยิงแสงอินฟราเรดไปที่หมายเลขที่ ไม่อยู่ในรหัสที่สุ่มได้
    • ไฟของหมายเลขจะเปลี่ยนเป็น สีแดง
    • ไฟสีเขียวของหมายเลขที่ยิงสำเร็จแล้วก่อนหน้า จะถูกล้างทั้งหมด
    • ทีมต้องเริ่มยิงหมายเลขทั้ง 4 ใหม่ทั้งหมด
  • เงื่อนไขความสำเร็จของภารกิจ
    • เมื่อยิงหมายเลขถูกต้องครบทั้ง 4 หลัก
    • ระบบจะแสดงไฟสถานะ สีเขียว
    • ถือว่าภารกิจนี้สำเร็จสมบูรณ์
  • เงื่อนไขการ Reset ระบบ
    • หากทีมไม่สามารถยิงหมายเลขครบทั้ง 4 หลัก ภายในเวลา 1 นาที 30 วินาที
    • ระบบจะทำการ Reset รหัสเป็น “0000”
    • ทีมต้องยิงแสงอินฟราเรดไปที่ AprilTag ใหม่ทั้งหมด
    • ระบบจะสุ่มตัวเลขใหม่ และเริ่มภารกิจอีกครั้ง


พื้นที่ลงจอด (Landing Zone)

  • พื้นที่ลงจอด (Landing Zone) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 cm เป็นพื้นที่ที่กำหนดไว้สำหรับการสิ้นสุดภารกิจของโดรนแต่ละลำ โดยตำแหน่งและขอบเขตจะแสดงไว้อย่างชัดเจนบนพื้นสนาม
  • โดรนทั้งสองลำ (Manual ซ้าย และ Autonomous ขวา) ต้องลงจอดภายในพื้นที่ที่กำหนดจึงจะถือว่าภารกิจสมบูรณ์ 
  • เงื่อนไขการลงจอดจะถือว่าสมบูรณ์เมื่อ:
    • จุดสัมผัสพื้นของโดรนทั้งหมดอยู่ภายในขอบเขต Landing Pad
    • ไม่มีส่วนสัมผัสพื้นยื่นออกนอกพื้นที่ที่กำหนด
    • โดรนหยุดนิ่งบนพื้นสนาม
  • กรณีลงจอดไม่สมบูรณ์
    • หากจุดสัมผัสพื้นบางส่วนอยู่นอก Landing Pad หรือโดรนเอียง/ล้ำเส้น ผู้เข้าแข่งขันต้องทำการบินขึ้นใหม่จากตำแหน่งนั้น และลงจอดให้ถูกต้อง
    • เวลาการแข่งขันยังคงเดินต่อเนื่องจนกว่าจะลงจอดสมบูรณ์


ข้อกำหนดของโดรน (Drone Specifications)

  • โดรนสำหรับ Phase Autonomous
    • ไม่จำกัดชนิด รุ่น หรือยี่ห้อของโดรน
    • ต้องเป็นโดรนที่สามารถเขียนโปรแกรมควบคุมการบินได้ (Programmable Drone)
    • ไม่จำกัดภาษาในการเขียนโปรแกรม
    • ต้องทำงานแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบโดยไม่ใช้การควบคุม Manual ระหว่างภารกิจ
  • โดรนสำหรับ Phase Manual
    • ต้องใช้ EasyKids Hula Drone เท่านั้น เพราะมีระบบยิงแสงอินฟราเรดตามมาตรฐานของผู้จัดการแข่งขัน
    • ต้องมีสติ๊กเกอร์รับรองจาก EasyKidsRobotics ที่ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยเท่านั้น
  • ข้อกำหนดด้านพลังงาน
    • ต้องใช้แบตเตอรี่ที่มากับชุดมาตรฐานของโดรนเท่านั้น
    • ไม่อนุญาตให้ดัดแปลง เปลี่ยนสเปก หรือใช้แบตเตอรี่รุ่นอื่นแทน
    • ห้ามปรับแต่งวงจรไฟฟ้าหรือเพิ่มกำลังไฟเกินมาตรฐานที่กำหนด
    • กรรมการมีสิทธิ์ตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนการแข่งขัน และสามารถปฏิเสธการเข้าร่วมแข่งขัน หากพบการดัดแปลงที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด


รายละเอียดภารกิจ (Mission Details)

  • การแข่งขัน Drone Mission Challenge แบ่งภารกิจออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่
    • Phase Autonomous Mission
    • Phase Manual Mission
    • โดรนทั้งสองลำสามารถปฏิบัติภารกิจพร้อมกันได้ภายในรอบเดียวกัน
  • Phase Autonomous Mission ต้องปฏิบัติภารกิจดังต่อไปนี้:
    • บินตามเส้นนำทางสีดำ (ความกว้างประมาณ 7 ซม.) ใช้เป็นแนวอ้างอิงสำหรับภารกิจการบินแบบอัตโนมัติ
    • สามารถใช้วิธีการนำทางใดก็ได้ เช่น Vision, IMU, หรือระบบอื่นได้
    • โดรนต้องรักษาการบินให้อยู่ภายในแนวเขตพื้นที่ที่กำหนด 
    • ผ่านอุปสรรคตามตำแหน่งที่วางไว้ในสนาม
    • ลงจอดใน Landing Zone ตามเงื่อนไขที่กำหนด
    • ภารกิจจะถือว่าสำเร็จเมื่อทำครบทุกขั้นตอนและลงจอดสมบูรณ์
  • Phase Manual Mission ต้องปฏิบัติภารกิจดังต่อไปนี้:
    • บินตามแนวเส้นปะสีเทาเข้ม (เป็นแนวอ้างอิง)
    • ผ่านอุปสรรคตามตำแหน่งที่วางไว้ในสนาม
    • ยิงเปิดกลไกประตูใน Gate Activation Zone
    • ยิงรหัสตัวเลขใน Strike Zone ให้สำเร็จครบ 4 หลัก
    • ลงจอดใน Landing Zone ตามเงื่อนไขที่กำหนด
    • ภารกิจจะถือว่าสำเร็จเมื่อทำครบทุกขั้นตอนและลงจอดสมบูรณ์
  • เงื่อนไขสำคัญของภารกิจ
    • หากโดรนชนหรือตก สามารถกลับไปเริ่มที่ Check Point ล่าสุดได้
    • หากออกนอกโซนภารกิจ ต้องกลับไป Check Point
    • เวลาการแข่งขันเดินต่อเนื่องตลอดรอบการแข่งขัน


เวลาแข่งขันต่อรอบ (Match Time)

  • เวลาการแข่งขันต่อรอบกำหนดไว้ที่ 8 นาที (480 วินาที)
    • แต่ละทีมมีสิทธิ์แข่งขัน 2 รอบ (2 Rounds)
    • ใช้คะแนนที่ดีที่สุดจาก 2 รอบ เพื่อจัดอันดับ
  • การเริ่มและสิ้นสุดเวลา
    • เวลาจะเริ่มนับเมื่อกรรมการให้สัญญาณ “Start”
    • เวลาจะสิ้นสุดเมื่อโดรนทั้งสองลำ (Phase Autonomous และ Phase Manual) ทำภารกิจครบถ้วนและลงจอดสมบูรณ์ตามเงื่อนไข
  • กรณีหมดเวลา
    • หากครบ 8 นาที และทีมยังทำภารกิจไม่ครบ ให้หยุดการแข่งขันทันทีตามสัญญาณกรรมการ

คะแนนจะคำนวณตามภารกิจที่ทำสำเร็จภายในเวลาที่กำหนด

  • ขั้นตอนการเริ่มการแข่งขัน (Start Procedure)
  • การเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มแข่งขัน เพื่อความยุติธรรมและความปลอดภัย กำหนดเงื่อนไขก่อนเริ่มการแข่งขันดังนี้
  • ก่อนเริ่มแข่งขัน
    • โดรนทั้งสองลำต้องวางอยู่บนพื้นภายในพื้นที่จุดเริ่มต้น (Starting Point) ที่กำหนดเท่านั้น
    • ห้ามให้โดรนลอยอยู่ในอากาศก่อนสัญญาณเริ่ม
    • ห้ามเปิดโดรน
    • ห้ามเชื่อมต่อ Wi-Fi
    • ห้ามเปิดรีโมท
    • ห้ามทำการควบคุมโดรน Arm ระบบ หรือเริ่มการเคลื่อนที่ใด ๆ ก่อนสัญญาณเริ่ม
  • ขั้นตอนเตรียมตัว
    • เมื่อกรรมการอนุญาตให้เตรียมระบบ
    • ทีมสามารถเปิดโดรนและเชื่อมต่อระบบได้
    • กำหนดเวลาเตรียมความพร้อม ไม่เกิน 2 นาที
  • การเริ่มการแข่งขัน
    • เมื่อกรรมการให้สัญญาณ “Start” เวลาการแข่งขัน 8 นาที จะเริ่มนับทันที
    • โดรนทั้งสองลำสามารถเริ่มทำภารกิจได้
  • กรณีเตรียมระบบไม่ทัน
    • หากไม่สามารถเชื่อมต่อได้ภายใน 2 นาที การแข่งขันจะเริ่มตามเวลาปกติ
    • ทีมต้องแก้ไขปัญหาต่อภายในเวลาแข่งขัน
  • ระบบการตัดสินคะแนน (Scoring System)
  • การแข่งขันแบ่งคะแนนออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่
    • คะแนนรวมเต็ม 100 คะแนน
    • Phase Autonomous = 50 คะแนน
    • Phase Manual = 50 คะแนน
    • ทีมที่ได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะ
  • Phase Autonomous (50 คะแนน)
    • ภารกิจหลบหลีกสิ่งกีดขวาง (4 จุด)
      • อุปสรรคละ 10 คะแนน รวม 40 คะแนน
    • การลงจอดสมบูรณ์
      • ลงจอดตามเงื่อนไข Landing Zone 10 คะแนน
    • รวมสูงสุด Phase Autonomous = 50 คะแนน
  • Phase Manual (50 คะแนน)
    • ภารกิจหลบหลีกสิ่งกีดขวาง (7 จุด)
      • จุดละ 5 คะแนน รวม 35 คะแนน
    • ยิงเปิดกลไกประตู
      • สำเร็จ 5 คะแนน
    • ยิงรหัสตัวเลขครบ 4 หลัก
      • สำเร็จ 5 คะแนน
    • การลงจอดสมบูรณ์
      • ลงจอดตามเงื่อนไข Landing Zone 5 คะแนน
    • รวมสูงสุด Phase Manual = 50 คะแนน
  • เงื่อนไขสำคัญ
    • การกลับไป Checkpoint ไม่มีการตัดคะแนน
    • ต้องปฏิบัติตามลำดับภารกิจที่กำหนด
    • เวลาจะถูกใช้เป็นตัวตัดสินเมื่อคะแนนรวมเท่ากัน
  • การตัดสินกรณีคะแนนเสมอกัน
  • หากคะแนนรวมเท่ากัน ให้พิจารณาตามลำดับดังนี้:
  • เวลารวมในการแข่งขัน
  • คะแนน Phase Autonomous
  • เวลาที่ใช้ใน Phase Autonomous
  • คะแนน Phase Manual
  • เวลาที่ใช้ใน Phase Manual
  • หากยังเสมอกัน ให้แข่งขันรอบพิเศษ (Sudden Death) โดยใช้ภารกิจยิงรหัสตัวเลขเป็นตัวตัดสิน


การตรวจอุปกรณ์ก่อนแข่งขัน (Technical Inspection)

เพื่อความปลอดภัย ความยุติธรรม และมาตรฐานเดียวกันทุกทีม ผู้เข้าแข่งขันทุกทีมต้องผ่านการตรวจอุปกรณ์ก่อนลงสนามแข่งขัน

  • ขอบเขตการตรวจสอบ กรรมการจะทำการตรวจสอบในหัวข้อดังต่อไปนี้:
  • โดรน Phase Autonomous
    • เป็นโดรนที่สามารถเขียนโปรแกรมได้
    • ไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดอันตราย
    • ระบบทำงานปกติและอยู่ในสภาพพร้อมแข่งขัน
  • โดรน Phase Manual (EasyKids Hula Drone)
  • เป็นรุ่นที่กำหนดตามกติกา
  • มีสติ๊กเกอร์รับรอง EasyKidsRobotics ที่ถูกต้อง
  • ระบบยิงแสงอินฟราเรดเป็นไปตามมาตรฐาน
  • ไม่มีการดัดแปลงโครงสร้างหลักของตัวโดรน
  • ใช้แบตเตอรี่ที่มากับชุดมาตรฐานเท่านั้น
  • การตรวจสอบแบตเตอรี่
    • ต้องใช้แบตเตอรี่ตามสเปกมาตรฐานที่กำหนด
    • ห้ามเพิ่มกำลังไฟหรือปรับแต่งวงจรไฟฟ้า
  • การไม่ผ่านการตรวจสอบ
    • หากพบการดัดแปลงที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ทีมจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงแข่งขัน
    • หากสามารถแก้ไขได้ภายในเวลาที่กำหนด อนุญาตให้ตรวจซ้ำได้
  • การตรวจซ้ำระหว่างการแข่งขัน
    • กรรมการมีสิทธิ์สุ่มตรวจอุปกรณ์ได้ตลอดการแข่งขัน หากพบการฝ่าฝืนกติกา อาจถูกตัดสิทธิ์ในรอบนั้นทันที


ความปลอดภัยและพฤติกรรมต้องห้าม (Safety & Prohibited Actions)

  • การแข่งขันให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้เข้าแข่งขัน กรรมการ และผู้ชมเป็นสำคัญ ทุกทีมต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้
  • ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
    • ต้องควบคุมโดรนให้อยู่ภายในพื้นที่สนามที่กำหนด
    • ห้ามบินโดรนเหนือพื้นที่ผู้ชมหรือกรรมการ
    • ห้ามปรับแต่งกำลังไฟ ระบบยิง หรือวงจรไฟฟ้าเกินมาตรฐาน
    • ต้องหยุดการแข่งขันทันทีเมื่อกรรมการสั่งหยุด
  • พฤติกรรมต้องห้ามกระทำการดังต่อไปนี้:
    • รบกวนสัญญาณสื่อสารของระบบแข่งขัน
    • ใช้วิธีการกระแทกแทนการยิงในภารกิจยิง
    • ใช้อุปกรณ์เสริมที่ไม่ได้รับอนุญาต
    • แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อกรรมการหรือผู้เข้าแข่งขันอื่น
  • การกระทำที่เป็นอันตราย
    • หากพบว่าการควบคุมโดรนมีลักษณะอันตราย เช่น:
      • บินสูงเกินควบคุม
      • บินออกนอกสนาม
      • ยิงนอกพื้นที่ภารกิจ
    • กรรมการมีสิทธิ์สั่งหยุดการแข่งขันทันที
  • บทลงโทษ
    • การฝ่าฝืนเล็กน้อย อาจได้รับคำเตือน
    • การฝ่าฝืนที่กระทบความปลอดภัย อาจถูกตัดสิทธิ์ในรอบนั้น
    • การกระทำร้ายแรง อาจถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันทั้งหมด


กรณีไฟฟ้าขัดข้องหรือระบบล่ม (System Failure & Technical Malfunction)
เนื่องจากสนามแข่งขันมีการใช้งานระบบไฟฟ้า ระบบสุ่มตัวเลข และระบบควบคุมอัตโนมัติ ผู้จัดขอกำหนดแนวทางปฏิบัติในกรณีเกิดเหตุขัดข้องดังต่อไปนี้

  1. กรณีความขัดข้องจากระบบของผู้จัด หากเกิดเหตุขัดข้องจากอุปกรณ์สนาม เช่น
  • ระบบสุ่มตัวเลขไม่ทำงาน
  • ระบบกลไกประตูไม่ตอบสนอง
  • ระบบไฟฟ้าดับหรือผิดพลาด
  • ระบบแสดงผลผิดปกติ และพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เกิดจากการกระทำของทีมแข่งขัน
  • กรรมการมีอำนาจพิจารณาให้หยุดการแข่งขันชั่วคราว รีเซ็ตระบบสนาม หรือให้ทีมทำการแข่งขันใหม่ทั้งรอบนั้นๆ โดยพิจารณาตามความเหมาะสมและความยุติธรรม

2.กรณีเกิดจากการกระทำของทีม หากความขัดข้องเกิดจาก 

  • การชนอุปกรณ์สนามรุนแรง
  • การยิงอินฟาเรดผิดวิธี
  • การใช้อุปกรณ์ผิดกติกา
  • การดัดแปลงที่กระทบระบบสนาม
  • การแข่งขันจะดำเนินต่อไปตามเวลาปกติ และจะไม่มีการให้แข่งขันใหม่


อำนาจการตัดสินของกรรมการ(Judging Authority)

  • ขอบเขตอำนาจของกรรมการมีอำนาจในการ:
    • ตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนและระหว่างการแข่งขัน
    • ตัดสินผลการปฏิบัติภารกิจ
    • พิจารณาความถูกต้องของการลงจอด
    • ตัดสินกรณีเกิดข้อพิพาทหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด
    • สั่งหยุดการแข่งขันเพื่อความปลอดภัย
  • การตีความกติกา
    • ในกรณีที่เกิดข้อสงสัยหรือสถานการณ์ที่ไม่ได้ระบุไว้ในกติกา ให้การตีความของกรรมการถือเป็นที่สุด
  • การร้องเรียน
    • ทีมสามารถยื่นคำร้องต่อกรรมการได้ภายในเวลาที่กำหนดหลังจบรอบการแข่งขัน
    • การพิจารณาคำร้องจะดำเนินการโดยคณะกรรมการ
    • คำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด และไม่สามารถอุทธรณ์ได้
  • การปรับเปลี่ยนกติกา
    • ผู้จัดการแข่งขันมีสิทธิ์ปรับเปลี่ยนรายละเอียดกติกาในกรณีจำเป็นเพื่อความเหมาะสมและความปลอดภัย โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนเริ่มการแข่งขัน


รางวัล และสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ

1.รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 (1 ทีม) ได้รับโล่รางวัล,

Competency certificate.

2.รางวัลรองเลิศอันดับ 1 (1 ทีม) ได้รับโล่รางวัล,

Competency certificate.

3.รางวัลรองเลิศอันดับ 2 (1 ทีม) ได้รับโล่รางวัล,

Competency certificate.

4.รางวัลรองเลิศอันดับ 3 (1 ทีม) ได้รับโล่รางวัล,

Competency certificate

5.รางวัลรองเลิศอันดับ 4 (4 ทีม) ได้รับโล่รางวัล,

Competency certificate

-----

-----

สนใจสั่งซื้อโดรน EasyKids Hula Drone 

สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ บริษัท อีซี่คิดส์ โรโบติกส์ จํากัด 

ผ่านทาง Facebook FanPage: https://www.facebook.com/EasyKidsRobotics 

หรือ Line Official: @easykidsrobotics